อะไรคือความแตกต่างระหว่าง CFO และ CFP?

Sitthavee Teerakulchon1 min read
อะไรคือความแตกต่างระหว่าง CFO และ CFP?

หนึ่งในความน่าสับสนของคนที่พยายามทำงานด้านความยั่งยืนคือความแตกต่างของ CFO กับ CFP

บทความนี้จะช่วยเคลียร์ให้ชัดว่าเจ้า CFO และ CFP ต่างกันตรงไหน

1. CFO: ระดับองค์กร#

CFO (Carbon Footprint for Organization) คือการวัดคาร์บอนในภาพรวมของ "บ้านทั้งหลัง" หรือทั้งบริษัทของคุณ

เน้นอะไร: ดูการใช้ไฟ น้ำมันรถ ขยะ และกิจกรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในนามบริษัท

วัดผลเป็น: รายปี (เช่น ปี 2025 บริษัทเราปล่อยก๊าซไปกี่ตัน)

เป้าหมาย: เพื่อให้องค์กรรู้ว่าเราปล่อยคาร์บอนมากแค่ไหน และควรลดตรงไหนได้บ้าง

2. CFP: ระดับสินค้า#

CFP (Carbon Footprint of Product) คือการหยิบ "สินค้าชิ้นเดียว" ขึ้นมาวิเคราะห์ว่าตั้งแต่เกิดจนตาย (ผลิตจนทิ้ง) มันสร้างภาระให้โลกเท่าไหร่

เน้นอะไร: ตัวสินค้าแต่ละชิ้น (เช่น เสื้อ 1 ตัว, ข้าว 1 ถุง)

วัดผลเป็น: ต่อหน่วยสินค้า

เป้าหมาย: เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลในการเลือกซื้อ และช่วยให้ผู้ผลิตออกแบบสินค้าให้กรีนขึ้น

ตารางเปรียบเทียบ CFO vs CFP#

หัวข้อเปรียบเทียบCFO (องค์กร)CFP (ผลิตภัณฑ์)
ขอบเขตการดูดูทั้งบริษัท/โรงงาน/ออฟฟิศดูเฉพาะสินค้าตัวนั้นๆ
ระยะเวลามักจะสรุปเป็นรายปีดูตลอดอายุขัยของสินค้า (Life Cycle)
ตัวอย่างการวัดค่าน้ำ, ค่าไฟ, การเดินทางพนักงานวัตถุดิบ, กระบวนการผลิต, การกำจัดขยะ
คนซื้อเห็นอะไรใบรับรององค์กรลดโลกร้อนฉลากคาร์บอนที่แปะบนสินค้า

เหตุผลที่คนเริ่มหันมาวัดคาร์บอน#

  • คู่ค้าบังคับ: ถ้าคุณจะส่งของไปขายต่างประเทศ (โดยเฉพาะยุโรป) เขาจะถามหาค่าเหล่านี้แน่นอน
  • ลูกค้าเลือก: คนรุ่นใหม่ยอมจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยเพื่อซื้อสินค้าที่มีฉลาก CFP และปล่อยคาร์บอนต่ำ
  • ประหยัดต้นทุน: เมื่อรู้ว่าตรงไหนปล่อยคาร์บอนเยอะ มักแปลว่าตรงนั้นใช้พลังงานสิ้นเปลือง พอแก้ปัญหาก็ลดค่าใช้จ่ายได้

สรุปสั้นๆ#

ถ้าอยากให้องค์กรดูดีในสายตาโลก ให้ทำ CFO

แต่ถ้าอยากให้สินค้าขายดีและแข่งได้ในตลาดรักษ์โลก ให้ทำ CFP

LinkedInFacebook

© 2026 by picarbon