จะคำนวณ Carbon Footprint of Product ต้องทำยังไงบ้าง?

การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) หลักการคือการทำบัญชีรายรับรายจ่าย แต่เปลี่ยนจาก "เงิน" เป็น "ปริมาณก๊าซเรือนกระจก" ที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตของสินค้า
โดยทั่วไปมี 5 ขั้นตอนหลักดังนี้
1. กำหนดเป้าหมายและขอบเขต (Goal & Scope)#
เริ่มจากเลือกสินค้าที่ต้องการคำนวณและกำหนด "หน่วยการทำงาน" (Functional Unit) ให้ชัดเจน เช่น น้ำดื่ม 1 ขวด (500 ml) หรือเสื้อยืด 1 ตัว
หลังจากนั้นต้องกำหนดขอบเขตของการศึกษา ว่าจะเก็บข้อมูลตั้งแต่จุดไหนถึงจุดไหน ซึ่งมักแบ่งออกเป็น 2 แบบ
Cradle-to-Gate (B2B)
ตั้งแต่ได้วัตถุดิบจนถึงหน้าโรงงาน หรือผลิตเสร็จพร้อมขาย
Cradle-to-Grave (B2C)
ตั้งแต่ได้วัตถุดิบ ผลิต ขนส่ง ใช้งาน ไปจนถึงการจัดการซากหลังทิ้ง
2. เก็บข้อมูล (Data Collection)#
ขั้นตอนนี้คือการไล่เช็คว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างในช่วงชีวิตของสินค้าที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ตัวอย่างในกรณี B2C อาจต้องดูข้อมูลดังนี้
- การได้มาซึ่งวัตถุดิบ: ใช้ส่วนผสมอะไร ปริมาณเท่าไหร่ บรรจุภัณฑ์ทำจากอะไร
- การผลิต: ใช้ไฟฟ้า น้ำ หรือเชื้อเพลิงในโรงงานเท่าไหร่ และเกิดของเสียอะไรบ้าง
- การกระจายสินค้า: ขนส่งด้วยรถประเภทไหน น้ำหนักบรรทุกเท่าไหร่ ระยะทางกี่กิโลเมตร
- การใช้งาน: เมื่อลูกค้านำสินค้าไปใช้ ต้องใช้ไฟฟ้าหรือน้ำเพิ่มหรือไม่
- การจัดการซาก: เมื่อใช้สินค้าเสร็จแล้ว ถูกนำไปฝังกลบ เผา หรือรีไซเคิล
3. คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Calculation)#
เมื่อได้ข้อมูลกิจกรรมจากข้อ 2 แล้ว ให้นำมาคูณกับค่า Emission Factor (EF) ซึ่งทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) มีฐานข้อมูลมาตรฐานให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้
สูตรคำนวณแบบง่ายคือ
ปริมาณกิจกรรม x ค่า EF = ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ตัวอย่างเช่น ใช้ไฟฟ้า 10 kWh x ค่า EF ของไฟฟ้า 0.5986 kgCO2e/kWh = 5.986 kgCO2e
เมื่อคำนวณทุกรายการแล้วจึงนำมารวมกัน จะได้ตัวเลขคาร์บอนฟุตพริ้นท์รวมของสินค้า 1 หน่วย
4. ทวนสอบความถูกต้อง (Verification)#
เมื่อได้ตัวเลขและจัดทำรายงานสรุปแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือต้องจ้าง "ผู้ทวนสอบ" (Verifier) ที่ขึ้นทะเบียนกับ อบก. มาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
ผู้ทวนสอบจะตรวจเอกสารอ้างอิงต่างๆ เช่น บิลค่าไฟ หรือบิลซื้อวัตถุดิบ เพื่อยืนยันว่าข้อมูลมีหลักฐานรองรับจริง และไม่ได้เป็นตัวเลขที่ตั้งขึ้นมาเอง
5. ยื่นขอการรับรองกับ TGO (Registration)#
เมื่อผ่านการทวนสอบแล้ว ให้นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นขอขึ้นทะเบียนและขออนุญาตใช้ "เครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์" กับทาง TGO เพื่อนำฉลากไปติดบนสินค้าและแสดงตัวเลขให้ลูกค้าเห็นอย่างเป็นทางการ
สรุป#
การคำนวณ CFP ถือว่าทำยากกว่า CFO พอสมควร ถ้ายังไม่แน่ใจว่า CFO คืออะไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ อะไรคือความแตกต่างระหว่าง CFO และ CFP?
ถ้าคุณต้องการเครื่องมือที่ช่วยทุ่นแรงในการคำนวณ CFP
picarbon เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยคำนวณ CFP ให้กลายเป็นเรื่องง่าย จากหลายเดือนสู่หลักนาที
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองเดโมได้ที่ https://picarbon.co.th/th/book